บทที่ 11 เอาคืนก่อนออกเดินทาง

หรูอวี้นางไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่เรือนของมารดา เพราะนางหลับสนิทด้วยฤทธิ์ยา เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งฟ้าด้านนอกก็มืดสนิทเสียแล้ว

“คุณหนูท่านตื่นแล้ว รับอาหารเลยดีหรือไม่เจ้าคะ” หรูอวี้มองสาวใช้ที่ดวงตาบวมเบ่ง เหมือนผ่านการร้องไห้อย่างหนักมาอย่างสงสัย

แต่เมื่อนางเห็นหีบของที่อยู่ภายในห้องนอนของนาง จึงได้รู้ทันทีว่ามารดาตัดสินใจเช่นใด

“ท่านแม่ จะออกเดินทางเมื่อใด” นางยังไม่ได้จัดการเรื่องของนางเลย

“พรุ่งนี้เจ้าค่ะ คุณหนูท่านพาข้าไปด้วยได้หรือไม่” เสี่ยวซีเอ่ยถามอย่างคาดหวัง แต่นางเป็นบ่าวของตระกูลเซี่ยจึงไม่รู้ว่าจะติดตามเซี่ยหรูอวี้ไปได้หรือไม่

“เจ้าอยากไปกับข้ารึ รู้หรือไม่ข้าอาจจะพาเจ้าไปลำบากก็ได้” นางเอ่ยถามอย่างเรียบเฉย

“บ่าวไม่กลัวเจ้าค่ะ บ่าวยินดีติดตามคุณหนู ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะลำบากเพียงใด” เสี่ยวซีคุกเข่าลงอย่างอ้อนวอน

“ได้ เจ้าพูดเอง ต่อไปหากลำบากเจ้าจะกล่าวโทษข้าไม่ได้เล่า” จากความทรงจำเดิมเสี่ยวซีซื่อสัตย์กับเซี่ยหรูอวี้ไม่น้อย มีเพียงนางที่ออกรับหน้าแทนแทบจะทุกเรื่อง แม้จะถูกเฆี่ยนตีนางก็ไม่ปริปากตำหนิเซี่ยหรูอวี้เลยสักครั้ง

“ขอบคุณเจ้าค่ะคุณหนู” ที่นางร้องไห้จนตาปูดบวม ด้วยกลัวว่าจะไม่ได้ไปกับเซี่ยหรูอวี้ด้วย

“ตอนนี้เจ้าไปพักเถิด พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า ข้ายังไม่อยากกินสิ่งใดตอนนี้” หรูอวี้รีบพูด เมื่อเสี่ยวซีอ้าปากจะถามนางเรื่องอาหาร

“เจ้าค่ะ” นางรีบกลับไปเก็บของที่เรือนพักอย่างรวดเร็ว

นางเรียกเสี่ยวซีกลับมาอีกครั้งเพื่อสอบถามที่ตั้งจวนตระกูลสวี และถามถึงคุณหนูที่มาร่วมงานเลี้ยงน้ำชาในวันนั้น กว่าจะจดจำได้ครบทุกจวนก็กินเวลาเสียไปไม่น้อย

หรูอวี้เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดดำที่พอจะหาได้ ก่อนจะเร้นกายตามความทรงจำไปที่เรือนของพี่ชาย

“ท่านพี่ ท่านพี่” นางเอ่ยเรียกเสียงเบาที่ข้างหน้าต่างห้องของเซี่ยหยวน

เซี่ยหยวนเปิดหน้าต่างออกไปดู ก็ต้องตกใจ เมื่อหรูอวี้นางกระโดดเข้ามาภายในห้องนอนของเขาโดยที่ไม่ทันตั้งตัว

“เฮ้ย...อุ๊บ” หรูอวี้ตะครุบปิดปากพี่ชายไว้ ก่อนจะส่งเสียงร้องเรียกคนมาที่เรือนของเขา

“ท่านจะร้องเรียกคนให้มาหรืออย่างไร” นางถลึงตามองเขา ก่อนจะปล่อยมือออก พร้อมกับเช็ดหน้าลายที่เลอะมือนางอย่างรังเกียจ

“ก็เจ้าเข้ามาเช่นนี้ ผู้ใดก็ต้องตกใจ” เซี่ยหยวนถลึงตากลับอย่างไม่ยอม

“ท่านเก็บของเรียบร้อยแล้วหรือยัง” นางมองไปรอบๆ ห้องเพื่อหาของที่จะเก็บเข้ามิติ

“กองนั้น เจ้าเก็บเข้ามิติไปได้เลย” เขาชี้มือไปที่หีบข้างเตียงที่มีห้าหีบ

หรูอวี้เพียงแตะไปที่หีบทั้งห้าใบ ทั้งหมดก็หายไปอยู่ภายในมิติของนางทันที

“หากข้าไม่รู้เรื่องมิติของเจ้า คงได้ตกใจจนตาย” เขาลูบอกที่สั่นสะท้านเล็กน้อย

“ข้าจะไปที่เรือนของท่านแม่ต่อ”

“ประเดี๋ยว เจ้าอย่าได้ทำให้มารดาตกใจเล่า” เซี่ยหยวนเอ่ยเตือนนาง ก่อนจะเห็นเพียงเงารางๆ ของน้องสาวหายไปกับความมืด

“นางทำได้อย่างไร” เขาเอ่ยออกมาอย่างเลื่อนลอย ไม่รู้ว่าตอนที่วิญญาณของหรูอวี้หลุดออกจากร่างไป นางได้รับความเก่งกาจเช่นนี้มาด้วยหรือไม่

ครั้งนี้หรูอวี้นางไม่ทำให้มารดาของนางตกใจเช่นที่ทำกับเซี่ยหยวนแล้ว นางเอ่ยเรียกมารดาก่อน จะบอกนางว่าจะกระโดดเข้าไปทางหน้าต่าง

“ท่านแม่ ของท่านมีมากเพียงนี้เลยรึ” หรูอวี้มองกองหีบที่มีมากกว่าห้าสิบใบภายในห้องด้านข้างของมารดา

“สินเดิมของแม่ หลังจากออกจากจวนตระกูลเซี่ย พวกเจ้าสองพี่น้องไม่มีทางลำบากอย่างแน่นอน” นางอมยิ้มมองบุตรสาวที่จ้องมองสินเดิมของนางอย่างตกตะลึง

“เจ้าค่ะ” นางเก็บหีบทั้งหมดไปไว้ภายในมิติ ก่อนจะขอตัวกลับออกไป

“ระวังตัวด้วยเล่า ประเดี๋ยวองครักษ์ในจวนจะพบเจ้าได้” หากพบหรูอวี้ในสภาพเช่นนี้จะต้องเกิดเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน ด้วยการแต่งกายของนางที่ราวกับโจนย่องเบา อาจจะทำให้ถูกกล่าวหาว่าคิดจะขโมยของได้

“ท่านแม่อย่าได้กังวล ท่านพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า”

“อืม เจ้าไปเถิด” ตู้เหลียนมองส่งบุตรสาวที่หน้าต่างก่อนจะเดินกลับมานอนลงที่เตียง

เหมือนนางจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงได้ลุกขึ้นมานั่งอีกครั้ง “ทางที่อวี้เออร์นางไป มิใช่ทางกลับเรือนของนาง” นางมองไปที่หน้าต่างอย่างกังวล ด้วยไม่รู้ว่าหรูอวี้นางคิดจะทำสิ่งใด

หรูอวี้ มองไปที่องครักษ์ที่เดินตรวจจวนอย่างปลงตก นางแทบจะเดินนวยนาดเข้ามาภายในห้องเก็บสมบัติอยู่แล้ว พวกเขายังไม่อาจรู้ถึงการมีอยู่ของนาง นางจะไม่แปลกใจหากมีโจรปล้นจวน องครักษ์ก็คงไม่รู้ตัวแน่นอน

(แต่ที่นางทำอยู่ตอนนี้ก็ไม่ต่างกับโจร)

แต่เมื่อเห็นของที่อยู่ด้านในนางก็เบ้ปากออกมาทันที ด้วยมีน้อยกว่าสินเดิมของมารดานางเสียอีก

นางไม่ได้นำของมีค่าไปทั้งหมด นำเพียงตั๋วเงินหนึ่งหีบกับทองคำสามหีบเก็บเข้าไปภายในมิติของนาง ถึงจะบอกว่าของเพียงเล็กน้อย แต่ทั้งห้องเก็บสมบัติของมีค่าที่สุดก็คือสิ่งที่หรูอวี้นางนำมา

หรูอวี้เร้นกายไปที่เรือนของสวีเหมยลี่ นางเดินหาห้องเก็บสินเดิมของนางอย่างใจเย็น บ่าวที่นอนเฝ้าอยู่หน้าประตูห้องล้วนแต่หลับเป็นตาย ทำให้นางเดินสำรวจข้าวของได้อย่างเต็มที่

แต่ด้วยสินเดิมที่มีมาก หรูอวี้นางขี้เกียจจะสำรวจดูว่ามีสิ่งใดบ้าง นางจึงได้กวาดทั้งหมดที่เห็นเข้าไปภายในมิติของนางอย่างรวดเร็ว

“ไม่คุ้มเสียเลย” นางส่ายหัวอย่างไม่พอใจ

แต่เหมือนจะนึกอะไรออก ดวงตาของนางเปล่งประกายสู้กับความมืด นางหายเข้าไปภายในมิติ เพื่อค้นหาของที่ติดตามนางมาด้วย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป